Vanich Potavanich

ประวัตินักดนตรีคลาสสิคที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย วานิช โปตะวณิช

หากเราจะพูดถึงนักดนตรีคลาสสิกที่มีความสามารถมากและมีเชื้อสายเป็นชาวไทยอีกคนหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นผู้ชายคนนี้  วานิช โปตะวนิช เขาเกิดวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2513 ประกอบอาชีพ นักดนตรี วาทยกรชาวไทย รวมทั้งยังเป็นผู้อำนวยการด้านดนตรีของวง symphony กรุงเทพอีกด้วย ชื่อเล่นของเขา คือ  โปตะ หรือ เจี๊ยบ เขาเป็นนักทรัมเป็ต ควบตำแหน่งหัวหน้าวง รวมทั้งเป็นวาทยกรประจำวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และ  Thai National Symphony Orchestra – TH NSO อีกด้วย

วานิช โปตะวนิช เริ่มเส้นทางชีวิตสายดนตรีตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนวัดสุทธิวราราม หลังจากนั้นจึงต่อด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบลง Rotterdam Conservatory ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันเขาเข้ารับข้าราชการอยู่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร  รวมทั้งเป็นอาจารย์สอนวิชาทรัมเป็ตอยู่ที่โรงเรียนดนตรีมีฟ้า โรงเรียนสอนร้องเพลงชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ยังไม่หมด เขายังเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาทรัมเป็ตควบตำแหน่งผู้ควบคุมวง Buu Symphonic Band สาขาวิชาดนตรีและการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อีกทั้งยังเป็นอาจารย์พิเศษที่วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต

หากพูดถึงรางวัลที่มอบให้ศิลปินในเมืองไทย หลายๆ คนอาจคิดถึงเพียงรางวัลศิลปินแห่งชาติ  แต่คุณรู้ไหมว่ามีอีกหนึ่งรางวัลอันทรงเกียรติอีกรางวัล ที่จะมอบให้แก่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอกออกมาอย่างไม่ขาดสาย รางวัลนั้น คือ รางวัลศิลปาธร รางวัลนี้มอบโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย  กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อการส่งเสริม สนับสนุน เชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัย ผู้มีอายุตั้งแต่ 30-50 ปี แบ่งออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์ ,  สาขาวรรณศิลป์ , สาขาดนตรี , สาขาภาพยนตร์ , สาขาศิลปะการแสดง

ซึ่งอาจารย์วานิช โปตะวานิช ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ สาขาดนตรี ปี 2557  โดยได้รับรางวัลศิลปาธร ต่อจาก ผศ.ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ  มหาวิทยาลัยรังสิตเช่นเดียวกัน

ผลงานของ วานิช โปตะวานิช เรียกได้ว่าเป็นผลงานชั้นครูโดยแท้จริง ผลงานทุกชิ้นที่ออกมาต่างได้รับการเสียงตอบรับยกย่องทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผลงาน เพลงประกอบภาพยนตร์ ทั้งในและต่างประเทศ ถ้ามองในฐานะนักประพันธ์เพลง ก็ทำมามากเช่นเดียวกัน เพราะเขารังสรรค์บทเพลงออกมาอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น  เพลง King of Peace เพลงราชดำเนิน  เพลง Deep Impression เป็นต้น โดยดนตรีของ วานิช โปตะวานิช มีเอกลักษณ์อันแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีลายเซ็นซ่อนอยู่ในทุกบทเพลง ซึ่งหยิบเอาเอกลักษณ์ของเพลงไทยเดิมมาประยุกต์แบบใหม่ เพลงที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยแต่ไม่เชย แถมยังสดใหม่ ได้ถูกนำไปบรรเลงอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะทั้งในและต่างประเทศเองก็ตาม

เรียกได้ว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งมีความรู้แตกฉานในศาสตร์ดนตรีคลาสสิกอีกคนกับ วานิช โปตะวนิช นักดนตรีน่าชื่นชมคนนี้