John Cage

ประวัตินักดนตรีที่ส่งผลต่อยุคสมัยทางดนตรีคลาสสิค เอกลักษณ์ของยุคสมัย จอห์น เคจ ยุคศตวรรษที่ 20 – ปัจจุบัน

John Cage เขาเป็น คีตกวี , นักเปียโน ,นักเขียน ,นักปรัชญาดนตรี ชาวอเมริกัน บ้านเกิดของเขา คือ Los Angeles เมื่อปี ค.ศ. 1912 แต่มาเสียชีวิตที่ New York ใน ค.ศ. 1992 John Cage เป็นคีตกวีที่โลดเล่นอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งตัวของเขานั้นสร้างอิทธิพลอย่างแรงกล้าในเรื่องดนตรีของศตวรรษที่ 20 อยู่หลายทาง

งานประพันธ์ของเขาในช่วงแรกๆ ใช้ระดับในบันไดเสียงแบบ chromatic มันเกิดจากการที่เขาได้ไปเห็นเฮนรี คาวเวล นำเอา คลิปหนีบ ยางลบ ตะปู ไปสอดเข้ากับสายเปียโน เพื่อให้กำเนิดเสียงแบบ

ไม่เคยมีมาก่อนในวงการดนตรี Cage จึงได้มีความสนใจกับเปียโนแบบแปลกใหม่นี้ โดยมันเรียกว่า prepared piano

นอกจากนี้ Cage ยังได้ศึกษาในเรื่องของศาสนาพุทธนิกายเซนอีกด้วย มันทำให้เขาต้องการถ่ายถอดปรัชญาเซนในเรื่อง จิตว่าง ออกมาทางดนตรี หลังความมุมานะเขาก็ได้สร้าง Imaginary Landscape No. 4 ขึ้นมาได้สำเร็จ

เขาได้สร้างผลงานสมัยใหม่ๆ ออกมามากมาย โดยไม่สนแนวทางแบบเดิมๆ ยิ่งงานสำหรับ prepared piano หรือดัดแปลงเปียโนด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งทำให้เสียงของเปียโนเพี้ยนไปจากเดิม ผลงานของเขาอันโด่งดังก็คือ 4’33” นั่นเอง

ถ้าใครเคยฟังจะรู้ว่าเพลงๆ นี้ไม่มีเสียงดนตรี หรือใช้ความสามารถทักษะทางดนตรีใดๆ ของผู้เล่นเลย มันจึงถูกเรียกขานว่า silent piece แต่หากเราลองมองไปยังความคิดของ John Cage เราจะพบความไพเราะซ่อนตัวอยู่ในเพลงนี้

John Cage ผู้ชายคนนี้ไม่เชื่อในความเงียบ เขาเคยเดินทางไปพิสูจน์ความคิดนี้ด้วยตนเอง ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเข้ายังห้องไร้เสียงสะท้อน มันเป็นห้องที่กล่าวกันว่าไม่สามารถมีเสียงใดหลุดรอดเข้าไปได้เลย มันเงียบมากๆ จากการเข้าไปยังห้องนี้ John Cage พบว่าคำกล่าวอ้างข้างต้นนี้มันไม่เป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว เพราะเขายังได้เสียงอยู่ 2 เสียง มันคือเสียงสูงและต่ำ เสียงหนึ่งมันคือเสียงของระบบประสาท ส่วนอีกเสียงคือเสียงการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกายของเขานั่นเอง John Cage จึงได้ตั้งคำตอบว่าความเงียบไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้ ส่วนความเงียบที่คนเราพูดถึงนั้น มันคือช่วงของคนเราไม่สนใจฟังเสียงรอบๆ ตัวต่างหาก

John Cage หาทางนำแนวคิดนี้ไปใช้กับงานดนตรีของเขาอยู่นานมากเพราะมันเป็นเรื่องยากมาก สุดท้ายในปี 1951 เขาไปเห็นภาพๆ หนึ่ง โดยทั้งภาพมีแค่สีขาว ทันใดนั้นเขาก็บรรลุว่าดนตรีของเขามันต้องการแค่ความว่างเปล่า จนเกิดงานประพันธ์ 4’33” ขึ้นมานั่นเอง

John Cage มีความสนใจในปรัชญาของชาวตะวันออกเป็นอย่างมาก มากเสียจนเขาได้ไปร่ำเรียนวิชาพุทธศาสนานิกายเซ็นกับท่านไดเซ็ทสุ เททาโร ซูสุกิ ด้วย เพราะฉะนั้นการที่ 4’33” เป็นเพลงไม่มีอะไรเลยนั้น John Cage ต้องการให้คนฟังได้รับรู้เสียงอื่นๆ รอบตัวของเขา ดนตรีของ John Cage ไม่ได้เกิดจากเครื่องเล่นดนตรี หากมันเกิดจากเสียงของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวของเราตลอดเวลานั่นเอง