song90

เพลงคลาสสิคอันโด่งดังในยุค 90 มีอะไรบ้าง

ต่อจากยุค 80 ก็เข้าสู่ยุค 90 แน่นอนว่าภายในช่วงยุค 80 นั้นเป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงกับดนตรีคลาสสิกคือ การนำดนตรีคลาสสิกไปเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Soundtrack เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวไปตามยุคสมัย อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าให้ภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ด้วย เพลงคลาสสิค Soundtrack อันโด่งดังในยุค 90 จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

Black Swan – Swan Lake by Tchaikovsky

บทเพลงคลาสสิกในภาพยนตร์เรื่องนี้ นับว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่าง Tchaikovsky และ นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ Clint Mansell ผู้ประพันธ์เพลงในฉบับดั้งเดิม ซึ่งเพลงนี้เต็มไปด้วยเสียงของไวโอลิน ให้ความรู้สึกถึงความหึกเหิม และความลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่

A Clockwork Orange – Symphony No. 9 by Beethoven

ภาพยนตร์เรื่อง A Clockwork Orange ได้เลือกใช้ Symphony No. 9 ของ Beethoven มาประกอบภาพยนต์ Symphony No. 9 เป็นเพลงลำดับสุดท้ายจากชุด Symphony ของ Beethoven ซึ่งเป็นเพลงที่ยาวที่สุดถ้าเทียบกับ Symphony หมายเลขอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นเพลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด เนื่องจากเพลงนี้มีพลังบวกกับจังหวะอันรวดเร็วของมันนั่นเอง

Pretty Woman – La traviata by Verdi

หลายๆ คนคงรู้จักกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ในดวงใจของใครหลายๆ คน ซึ่งสามารถโกยเงินไปได้ถึง 463 $ ล้านทั่วโลก หนึ่งในฉากมีชื่อเสียงที่สุดของ Pretty Woman เกิดขึ้นเมื่อเอ็ดเวิร์ด พาวิเวียน ไปดูโอเปร่าเรื่อง La Traviata แปลว่า สตรีที่นอกลู่นอกทาง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโสเภณีชั้นสูงตกไปตกหลุมรักกับชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ซึ่งเรื่องราวและบทเพลงในโอเปร่าได้สะท้อนออกมายังคู่ของพระนางอีกด้วย

Amadeus – Requiem by Mozart

ภาพยนตร์เรื่อง Amadeus ได้หยิบเอาเพลงในตำนานอย่าง Requiem ของ Mozart มาใช้ซึ่งจากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เพลงคลาสสิกรุ่นยุคบุกเบิกเก่าๆ กลับมามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอีกครั้ง มากกว่าการจัดคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิก 1,000 รอบเสียอีก และนี่คือความงามของการผสมผสานงานศิลปะ 2 ชนิดเข้าไว้ด้วยกัน ระหว่างภาพยนตร์กับเพลงคลาสิกนั่นเอง

Truly, Madly, Deeply – Sonata for Viola da gamba and Keyboard No.3 in G minor, BWV 1029: Adagio by JS Bach

Truly , Madly , Deeply เป็นภาพยนตร์จากอังกฤษ สไตล์แฟนตาซี ดนตรี ดราม่า เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับ ตลกร้ายที่เกี่ยวกับความรักและความตาย โดยมีตัวละครอย่าง นีน่า นักแปลมืออาชีพ พบว่าตัวเองได้สูญเสียความรักไปจากชีวิตนั่นคือ เจมี่ แฟนของเธอซึ่งได้เสียชีวิตลงไป หลังจากนั้นเจมี่ก็กลับมาหาเธอ แบบเป็นผี ตอนแรกก็มีความสุขกันดี แต่ภายหลังเริ่มมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เลือกใช้เพลงคลาสสิก Sonata for Viola da gamba and Keyboard No.3 in G minor, BWV 1029: Adagio ของ JS Bach ซึ่งเป็นเพลงในยุคเก่าช่วงต้นเป็นเพลงเร็วให้อารมณ์ขี้เล่น สดใส เหมือนอยู่ในงานเลี้ยงกลางสวน แต่จะมีช่วงช้าเนิบให้อารมณ์โรแมนติก จึงเหมาะกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก