Classical Music Current

เพลงคลาสสิคในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาถึงไหน

เพลงคลาสสิกมีจุดกำเนิดรวมทั้งมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอันยาวนาน ซึ่งมันเป็นแบบการเล่นดนตรีแขนงหนึ่ง อันได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงรวมทั้งยกย่องกันมาเนิ่นนานในระดับสากลเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยเพลงคลาสสิกเริ่มก่อตัวอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ คืบคลานแพร่หลายไปจนทั่วยุโรปในสมัยปลายยุคกลางยาวไปถึงยุคต้นเรเนอซ็องส์นั่นเอง

พอกาลเวลาเดินทางมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจนมาถึงในปัจจุบันนี้ เรายังเห็นภาพว่าวงการดนตรีคลาสสิกทำไมถึงยังคงเล่นเพลงเก่าๆ อยู่ แล้วพัฒนาการของดนตรีคลาสสิกในปัจจุบันนี้ก้าวไปถึงไหนแล้ว คำตอบคือยังคงมีนักดนตรีรวมไปถึงนักแต่งเพลงคลาสสิกรุ่นใหม่เกิดขึ้นมามากมาย โดยพวกเขาเองพยายามเต็มที่ที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ออกมาให้ดี รวมทั้งพยายามจะไม่ยึดติดจากผลงานเก่าๆ เพื่อให้ได้เพลงคลาสสิกในรูปแบบใหม่ขึ้นมา คอีกทั้งเป็นการสืบทอดแนวดนตรีคลาสสิกนี้ไม่ให้จางหายไปตามกาลเวลานั่นเอง

ผลงานศิลปะใดๆ ก็ตามรวมถึงสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้เอง หากไม่มีการพัฒนารูแบบใหม่ๆ หรือมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ก็จะตายในที่สุด เพราะฉะนั้นเพลงคลาสสิกในยุคใหม่นี้ก็มีการปรับตัวเช่นเดียวกัน โดยการนำเสนอให้ผู้ฟังได้ซาบซึ้งในรูปแบบใหม่ คือการทำเป็น Composer ประกอบภาพยนตร์ ซีรีย์ เกมส์ ต่างๆ เพราะฉะนั้นช่องทางเหล่านี้กลายมาเป็นอีกเวทีการแสดงออกของดนตรีคลาสสิกในอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งให้เหล่านักประพันธ์เพลงทั้งหลายได้สร้างผลงานของตนออกสู่สายตาชาวโลก แม้ว่าจะเป็นทางทางพาณิชย์ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งความไพเราะ ประณีต อันงดงามแบบดั้งเดิมไปด้วย เพราะข้อดีของการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบนี้ทำให้ผู้ฟังรุ่นใหม่จับต้องได้มากขึ้น หรือเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นั่นเอง เนื่องจากมีเรื่องราวประกอบอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าดนตรีคลาสสิกจะเป็นดนตรีแบบมีกฎระเบียบีแผนมากที่สุดแขนงหนึ่งก็ตาม

เพราะฉะนั้นดนตรีคลาสสิกในปัจจุบันยังไม่ได้เลือนหายไปไหนอย่างแน่นอน แค่เปลี่ยนมาอยู่ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง อีกทั้งทางการวิจัยการแพทย์ยังได้ออกมายืนยันว่า เพลงคลาสสิกคือบทเพลงที่ช่วยช่วยกระตุ้นคลื่นอัลฟ่าในสมองได้อย่างดี เป็นการฟื้นฟูการทำงานของสมองตอนนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อสภาพจิตใจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นสมองในเด็กเล็ก ช่วยสร้างเสริมความจำที่ดีในการอ่านหนังสือให้กับเด็กวัยรุ่น หรือช่วยสร้างจิตนาการให้กับคนทำงาน แม้แต่วงการแพทย์เองก็เริ่มนำเพลงคลาสสิกมาเป็นตัวช่วยในการบำบัดให้แก่ผู้ป่วยโรคทางจิต หรือโรคนอนไม่หลับ อย่างแพร่หลายมากขึ้น แน่นอนว่าเป็นการเปิดหนทางใหม่ๆให้แก่ดนตรีคลาสสิกในยุคศตวรรษที่ 21 และจะคงอยู่ต่อไปอีกนาน