Classical Music Learn

เสริมสร้างการเรียนรู้ด้วยดนตรีคลาสสิกได้อย่างไรบ้าง

ถ้าพูดถึงดนตรีหลายๆ คนอาจจะนึกถึงแค่ว่า เป็นการฟังเพื่อให้ผ่อนคลาย เพื่อความสนุก เพื่อความมัน เท่านั้น แต่ถ้าเป็นดนตรีคลาสสิกล่ะก็มันมีประโยชน์มากกว่านั้นมาก คือ ช่วยในเรื่องของความจำ การอ่านหนังสือ การพัฒนาสมองให้มีความฉลาดมากขึ้น เนื่องจากดนตรีคลาสสิกเป็นดนตรีที่มีความซับซ้อนมาก แถมกว่าจะแต่งขึ้นมาเพลงๆ หนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้ความคิดอย่างมาก รวมถึงการร้อยเรียงแต่ล่ะตัวโน๊ตเข้าด้วยกัน ด้วยความงามอันวิจิตร ของการประพันธ์บทเพลงคลาสสิกมันจึงมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสมองของเรา เฉกเช่นเดียวกับการทำสมาธิ

การทำสมาธินั้นเป็นที่ศึกษาของชาวตะวันตกมานานแล้ว เพราะมันส่งผลทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสามารถนำผลดีๆ เหล่านี้นำมาใช้สำหรับการเรียนการสอนได้ เนื่องจากมีการศึกษาค้นพบว่า การทำสมาธิอย่างเป็นประจำช่วยลดความเครียด ความกระวนกระวาย อันก่อให้เกิดความผ่อนคลาย สมองจะสดใสทำให้มีความสามารถในการเรียนมากยิ่งขึ้น

เช่น เพลงของ Mozart , Bach , Handel , Vivaldi เป็นต้น เพลงเหล่านี้ทำให้ผ่อนคลาย สามารถเรียนรู้รวมทั้งมีความจำที่ดีขึ้น เนื่องจากเสียงเพลงเหล่านี้ทำให้เกิดคลื่น alpha มันคือคลื่นสมองที่ออกมาในช่วงเวลาที่สมองและร่างกายผ่อนคลาย มีงานวิจัยออกมาว่าเด็กที่เล่นดนตรีก่อนอายุ 8 ขวบ หรือฟังเพลงคลาสสิกเป็นประจำ จะมีความสามารถด้านการคิดคำนวณสูง ยิ่งถ้าใช้เพลงคลาสสิกสอดแทรกในกิจกรรมประจำวัน จะทำให้เส้นใยในสมองพัฒนาได้เร็วขึ้น ช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ไว มีความจำดี

การสอดแทรกดนตรีคลาสสิกควบคู่ไปกับวิวัฒนาการของลูกสามารทำได้ตั้งอยู่ในครรภ์เลยทีเดียว แถมไม่ต้องกังวลถึงผลเสียใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าควรเปิดระดับเสียงให้ดังอย่างพอเหมาะ ไม่จำเป็นต้องเปิดเสียงให้ดังเกินความจำเป็นเท่านั้นเอง เมื่อเด็กคลอดออกมาแล้วก็สามารถเปิดเพลงคลาสสิกให้ฟังต่อไปได้ด้วย

ส่วนในช่วงเด็กอ่อนนอนหลับ ควรเปิดความดังของเสียงในระดับกระซิบเบาๆ ก็เพียงพอแล้ว จะได้ไม่เป็นการรบกวนประสาทการรับฟังของเด็กจนเกินไป จากงานวิจัยที่ผ่านมาบอกว่า เด็กอ่อนที่ฟังดนตรีคลาสสิกในระดับเสียงเบาเป็นประจำจะควบคุมอารมณ์ได้ดี มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใสเสมอ ไม่ร้องไห้งอแงหรือขี้หงุดหงิดบ่อยๆ รวมทั้งยังมีสมาธิดี มีความจำเป็นเลิศ และมีจินตนาการบรรเจิด ไม่เป็นเด็กเก็บกด

สำหรับคนที่ไม่ได้ฟังตั้งแต่เด็กก็เริ่มต้นฟังได้เช่นกัน ไม่มีอะไรสายไป หากเรามีความมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ สำหรับนักเรียน หรือนักศึกษาบางคน ชอบเปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ คลอไปกับการอ่านหนังสือ จะช่วยให้การอ่านนั้นมีประสิทธิภาพดีขึ้น ซึ่งหากมีความรู้อัดแน่นอยู่ในสมองก็ย่อมสอบได้ดีขึ้นด้วย

สำหรับคนวัยทำงาน ก็เปิดเพลงคลาสสิกคลอไปกับการทำงานได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น นักเขียน จิตกร นักออกแบบกราฟิคต่างๆ เป็นต้น